ยาฉีดคุมกำเนิด

posted on 02 Dec 2008 17:47 by suwichada99

ยาฉีดคุมกำเนิดเป็นฮอร์โมนสังเคราะห์ที่นำมาใช้ในการคุมกำเนิดอีกวิธีหนึ่ง  มีการศึกษาค้นคว้าและทดลองใช้มาเป็นเวลานาน พบว่ามีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดดีมาก  โดยเฉพาะในสตรีหลังคลอด ที่เลี้ยงบุตรด้วยนมมารดา   เพราะไม่ทำให้น้ำนมน้อยลง

                                                                            

                                                                                                       

                                                                    

                     ยาฉีดคุมกำเนิดชนิดที่มีใช้ในสถานบริการของกระทรวงสาธารณสุขปัจจุบันนี้    เป็นยาฉีด คุมกำเนิด     ชนิดที่ประกอบด้วย ฮอร์โมน โปรเจสโตเจนชนิดเดียว    ฉีด 1 ครั้ง สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้   นาน 3 เดือนกลไกการออกฤทธิ์

·   ทำให้ไม่มีการตกไข่

·  ทำให้มูกปากมดลูกข้นกว่าเดิม ตัวอสุจิผ่านเข้าโพรงมดลูกได้ยาก

·   ทำให้เยื่อบุโพรงมดลูกบางลง  ไม่เหมาะในการตั้งครรภ์

วิธีใช้*       ฉีดครั้งแรกควรฉีดภายใน  5  วันแรกของการมีประจำเดือน และฉีดเข็มต่อๆ ไป                                        ตามกำหนดนัดทุกครั้ง*       หลังคลอด สามารถฉีดเข็มแรกได้ทันที   หรือ ฉีดสัปดาห์ที่ 4 – 5  หลัง                           คลอด และฉีดเข็มต่อ ๆ  ไปตามนัด*       หลังแท้ง สามารถฉีดเข็มแรกได้ทันที หรือฉีดสัปดาห์ที่ 2                            หลังแท้ง  และฉีดเข็มต่อๆไปตามนัด

อาการข้างเคียง

¨     ประจำเดือนไม่สม่ำเสมอ  อาจมีเลือดออกกะปริดกะปรอย หรืออาจไม่มีประจำเดือนเลย¨                                                 น้ำหนักตัวอาจจะเพิ่มขึ้น¨     ปวดศีรษะ ความดันโลหิตสูง¨     การเปลี่ยนแปลงความรู้สึกทางเพศ¨                                               การเปลี่ยนแปลงของอารมณ์¨     อาการอื่น ๆ ที่อาจจะพบได้ เช่น  วิงเวียน                                                                      อ่อนเพลีย ใจสั่น สิว ฝ้า เต้านมปวดตึง เป็นต้น                                                                                                                     การใช้ยาฉีดคุมกำเนิดมีข้อดี   อย่างไร ?ª      ใช้ง่าย สะดวก ไม่ต้องกลัวลืมเหมือนยาเม็ดคุมกำเนิดª      ราคาไม่แพง ฉีดครั้งเดียวสามารถคุมกำเนิดได้  3    เดือนª      ไม่ขัดขวางการร่วมเพศª      ไม่ทำให้ปริมาณน้ำนมลดลง ซึ่งเหมาะสำหรับมารดาหลังคลอดª      ประสิทธิภาพการคุมกำเนิดสูง3. ยาฝังคุมกำเนิด (Contraceptive implants)

เป็นวิธีการคุมกำเนิดชั่วคราวที่มีตัวยาเช่นเดียวกับยาฉีดคุมกำเนิด มีลักษณะเป็นแผงบรรจุในหลอดไชลาสติค (Sciatic) นำมาฝังใต้ผิวหนัง ตัวยาจะค่อยซึมกระจายออกทีละน้อย แต่มีประสิทธิภาพในการคุมกำเนิดได้ดี คุมได้นานหลายปีและสะดวกสำหรับผู้รับบริการ

 

 

                                

 

4.ห่วงอนามัย (Intrauterine contraceptive devices)เป็นวิธีคุมกำเนิดแบบชั่วคราว ที่เหมาะ                             สำหรับผู้หญิงที่มีลูกแล้ว  สามารถป้องกันการตั้งครรภ์ได้นานถึง 3-8 ปี  ห่วงอนามัยในปัจจุบัน                               นิยมใช้อยู่  2 ชนิด  คือชนิดรูปร่างคล้า ตัว T (คุมกำเนิดได้นาน 8 ปี) และคล้ายสมอเรือ (คุม                                   กำเนิดได้นาน 3 ปี)  ทั้ง 2 ชนิดมีลวดทองแดงพันที่แกนทั้ง      2 ข้าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพใน                                 การคุมกำเนิด  ตอนปลายของห่วงมีสายไนลอนสำหรับให้ผู้ที่ใส่ห่วง   สามารถตรวจห่วงด้วย                                    ตนเอง     ทุกเดือนหลังหมดประจำเดือน  เพื่อดูว่าห่วงยังอยู่ในโพรงมดลูกหรือไม่                                                                                                                                                                                                                  

ระยะเวลาที่เหมาะสมในการใส่ห่วงอนามัย

ขณะมีประจำเดือนหรือหลังประจำเดือนหมดใหม่ๆแต่ต้องเป็นช่วงเวลาภายใ     10 วัน แรกของรอบเดือน  หรือ 6-8 สัปดาห์หลังคลอด  หรือหลังแท้ง 4 สัปดาห์

    อาการข้างเคียงภายหลังใส่ห่วงที่พบบ่อย  คือ เลือดออกผิดปกติ หมายถึงปริมาณประจำเดือนหรือ                       ระดูที่ออกในแต่ละเดือนมากขึ้น  จำนวนวันของการมีระดูจะนานขึ้น  มีเลือดออกกะปริบกะปรอย                     ระหว่างรอบระดู  นอกจากนี้อาจพบอาการปวดท้องน้อย ตกขาวได้

5.แผ่นแปะคุมกำเนิด     

แผ่นยาคุมกำเนิดนี้จะประกอบด้วยฮอร์โมน 2 ชนิดคือโปรเจสเตอโรนและเอสโตรเจน เหมือน                                   ยาเม็ดคุมกำเนิดทั่วไป เมื่อแปะแผ่นยาแล้ว ตัวยาจะค่อยๆซึมผ่านผิวหนังเข้าสู่กระแสเลือด ใครสน                               ใจลองสอบถามตามร้านขายยาทั่วไป   ใช้อย่างไร

                                                                          

1. แปะแผ่นคุมกำเนิดในวันแรกที่รอบเดือนมา แล้วก็แปะไว้อย่างนั้นโดยไม่ต้องเอาออก นาน                                       1 สัปดาห์ (1 แผ่น/ 1 สัปดาห์)
2. เมื่อครบ 7 วัน เปลี่ยนแผ่นแปะอันใหม่ (แผ่นที่ 2) แปะที่เดิม แปะไปอีก 1 สัปดาห์
3. พอขึ้นสัปดาห์ที่ 3 ก็แปะแผ่นที่ 3 ตรงที่เดิม
4. พอขึ้นสัปดาห์ที่ 4 ก็หยุดแปะไป 7 วัน และช่วงนี้จะเป็นช่วงที่รอบเดือนมา พอครบ 7 วันแล้ว                                  ก็เริ่มแปะแผ่นที่ 1 ของเดือนต่อไปได้ สรุปแล้ว 1 เดือน แปะแผ่นคุมกำเนิด 3 แผ่นในเวลา 3 สัปดาห์

ข้อควรทราบเมื่อใช้ยาคุมกำเนิดแบบแปะ
1. หลังจากเว้นไป 7 วันแล้ว วันรุ่งขึ้นลืมแปะแผ่นใหม่ ผ่านไป 2 - 3 วันเพิ่งนึกได้ ก็ให้รีบแปะ                        (เท่ากับว่าท่านแปะช้า) 7 วันแรกต้องใช้การคุมกำเนิดอื่นร่วมด้วยก่อน หลังจากนั้นจึงจะปลอดภัย
2. ถ้าแผ่นแรกแปะครบ 7 วันแล้วลืมแกะออกหรือลืมเปลี่ยนแผ่นใหม่ ทันทีที่นึกได้ ให้รีบเปลี่ยนแผ่น           ใหม่ทันที ถ้าไม่เกิน 2 วัน ก็ยังมีผลในการคุมกำเนิด แผ่นที่แปะช้าก็แปะไม่ถึง 7 วัน (ให้อยู่ในล็อคเดิม)           ส่วนแผ่นที่สามถ้าลืมก็ปฏิบัติเหมือนแผ่นที่สอง
3.ถ้าแผ่นหลุดหรือแผ่นเผยอออก ให้ลองกดดูถ้ายังติดได้ก็ใช้ต่อ แต่ถ้าหมดยางเหนียวหรือยังเผยอ                      ก็ต้องเปลี่ยนแผ่นใหม่
4.การเปลี่ยนรอบใหม่กลางคันนั้น ไม่ว่าจะเป็นสาเหตุใดก็ตามที่ต้องการเปลี่ยนรอบใหม่ (เช่น แปะ                 ไป 2 แผ่นแล้วเลิก)         5.หลังจากแปะแผ่นแล้ว อาบน้ำ ว่ายน้ำ ออกกำลังกายได้เลย 6.ผลข้างเคียงที่อาจพบได้ก็เหมือนอาการข้างเคียงของยาเม็ดคุมกำเนิดทั่วไป และอาจมีในเรื่องของ                    ผื่นแพ้ที่ผิวหนัง7.ข้อห้ามก็เหมือนยาเม็ดคุมกำเนิดทั่วไป

        8.ถ้าจะเปลี่ยนจากยากินมาเป็นแบบแปะนั้นให้เริ่มวันแรกที่รอบเดือนมาได้เลย
        9.ใช้ยาคุมแปะแล้วจะมียังคงมีรอบเดือน เช่นเดียวกับยาเม็ดคุมกำเนิด หลังจากแกะแผ่น                                        ที่สามออกแล้ว วันสองวันเลือดก็ควรจะมา

 

6.ถุงยางอนามัย (Condom)1.  ถุงยางอนามัย    ถุงยางอนามัยเป็นวิธีคุมกำเนิดชั่วคราวที่ใช้     ได้ง่ายสะดวกและปลอดภัยทุก         สถานการณ์ นอกจากจะช่วย      ป้องกันไม่ให้ฝ่ายหญิงตั้งครรภ์  แล้วยังช่วยป้องกันโรคติดต่อ    ทางเพศสัมพันธ์และโรคเอดส์    ได้ด้วย

                                             

วิธีการใช้ถุงยางอนามัย

 1.หยิบถุงยางอนามัยออกจากซอง ใช้มือ               บีบปลายถุงยางไล่ลมออกแล้วครอบไปบนปลายอวัยวะเพศ

ในขณะที่อวัยวะเพศแข็งตัว   โดยให้ขอบที่ม้วนอยู่ด้านนอก

2.รูดขอบถุงยาง ที่ม้วนอยู่ด้านนอกเข้าหาตัวจนสุด   แล้วจึงสอดอวัยวะเพศเข้าไปในช่องคลอดได้ เมื่อหลั่งน้ำ  อสุจิแล้ว ให้ถอนอวัยวะเพศออกก่อนที่อวัยวะเพศจะอ่อนตัวโดยใช้มือจับที่ขอบถุงยาง  เพื่อกันไม่ให้น้ำเชื้อเลอะออกมานอกถุงยาง

แล้วจึงถอดถุงยางออก  ระวังอย่าให้น้ำอสุจิไหลออกมาเปรอะเปื้อนช่องคลอด

3.ห่อถุงยางที่ใช้แล้วให้มิด แล้วทิ้งลงถังขยะให้เรียบร้อย